ที่ดินดอทคอม|ศูนย์รวมที่ดิน ซื้อ-ขาย-ให้เช่าที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศไทย ที่ดิน,ซื้อขายที่ดิน,ขายที่ดิน,ซื้อที่ดิน,ราคาที่ดิน,ประกาศขายที่ดินฟรี,ประมูลที่ดิน,อสังหาริมทรัพย์,Land,ราคาประเมินที่ดิน,ภาษีที่ดิน,รับฝากขายที่ดิน,จำนองที่ดิน,กรมที่ดิน,กรมพัฒนาที่ดิน,จำนองที่ดิน,ถมที่ดิน,กฏหมายที่ดิน,อสังหาริมทรัพย์,เช่าที่ดิน,ให้เช่าที่ดิน,ซื้อ-ขาย ที่ดิน,ฝากซื้อ,ฝากซื้อที่ดิน,ฝากขาย,ฝากขายที่ดิน,ที่ดินจัดสรร,อสังหาริมทรัพย์,จำนอง,จำนองที่ดิน,ขายฝาก,ขายฝากที่ดิน,อสังหาฯ,Land,land,real estate, property,Thai property,thai realestate,real estate investment,bangkok properties,Thailand real estate agent,Thailand real estate broker,buy, buying, rent, renter,asungha,ให้บริการด้านซื้อ-ขายที่ดิน และ อสังหาริมทรัพย์ ผ่านระบบเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี พรั่งพร้อมด้วยข้อมูล ซื้อ-ขาย-เช่า ที่ดิน และ อสังหาริมทรัพย์ มากที่สุด ค้นหาง่าย ฝากซื้อ-ฝากขายที่ดิน และ อสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งมีบริการครบวงจร เช่น บริหารงานขายที่ดินจัดสรรทุกประเภท, รับจำนองที่ดิน-ขายฝากที่ดิน, รับถมดิน-ปรับหน้าดิน, รับสอบเขต รังวัดที่ดิน
 
 
 

 
 
   
  "อสังหาฯ"สู้แผ่นดินไหว ยันมาตรฐานปลอดภัย โยธาฯชี้"ตึกแถว"เสี่ยงสูง!   
     
 

กรมโยธาฯ เตรียมออกกฎหมายใหม่คุมเข้มอาคารเก่าต้องสำรวจและเสริมความแข็งแรงโครงสร้างอาคารรับมือแผ่นดินไหว ด้าน "กทม." ระบุมีอาคารเก่า 9 ประเภทเข้าข่ายบังคับกรณีแผ่นดินไหว 2.3 หมื่นอาคาร ด้านเจ้าตลาดคอนโดฯ "แสนสิริ-เอเชี่ยนฯ-แอล.พี.เอ็น.ฯ" เร่งรณรงค์แจงลูกค้าเก่า-ใหม่ก่อสร้างเหนือมาตรฐานกฎหมายควบคุม มั่นใจปลอดภัยสูง "อรุณ ชัยเสรี" ออกโรงรับประกันตึกใบหยกปลอดภัยสุด ๆ วงการประกันแนะทำประกันลดความเสี่ยงภัยพิบัติแผ่นดินไหว



โยธาฯต้อนตึกเก่าเสริมความแกร่ง

นายอุดม พัวสกุล อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้กรมกำลังยกร่างกฎกระทรวง กำหนดเกณฑ์การขอดัดแปลงอาคารเพื่อเสริมความมั่นคงอาคารให้สามารถต้านแรงแผ่นดินไหว โดยให้เจ้าของอาคารเก่าทั่วประเทศที่ยังไม่มีการออกแบบเพื่อรองรับการสั่นสะเทือนและแผ่นดินไหว ให้สามารถดัดแปลงอาคารเก่าด้วยการเสริมความแข็งแกร่งของอาคารได้โดยที่ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่

"ที่ผ่านมาหากมีการขออนุญาตต่อเติมอาคารจะต้องทำตามกฎหมายใหม่ที่ออกมา ต่อไปจะสามารถขอดัดแปลงจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ทันที แต่จะไม่บังคับว่าต้องเป็นทุกอาคาร ให้ทำตามความสมัครใจ"

นายอุดมกล่าวว่า เนื่องจากอาคารเก่าเหล่านี้จะสร้างก่อนที่กรมจะออกกฎกระทรวงฉบับที่ 49 เรื่องการออกแบบอาคารให้ต้านแรงลม ซึ่งบังคับใช้เมื่อปี 2540 และกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนักความต้านทาน ความคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว พ.ศ. 2550 ที่มีการกำหนดพื้นที่ไว้ 3 บริเวณ ใน 22 จังหวัด ที่ต้องออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวได้ เช่น อาคารสาธารณะ อย่างโรงพยาบาล เป็นต้น อาคารเกี่ยวกับวัตถุอันตราย อาคารสูง 15 เมตรขึ้นไป เป็นต้น ซึ่งกฎกระทรวงนี้จะบังคับใช้กับอาคารขออนุญาตก่อสร้างใหม่

โดยทั้ง 3 บริเวณ คือ 1.พื้นที่เฝ้าระวัง 7 จังหวัดภาคใต้ มีกระบี่ ชุมพร พังงา ภูเก็ต ระนอง สงขลา สุราษฎร์ธานี 2.พื้นที่บริเวณที่ 1 เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล คือ มีนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ที่มีพื้นดินเหนียวอ่อน 3.บริเวณที่ 2 พื้นที่ใกล้รอยเลื่อนในภาคเหนือ คือเชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูนและกาญจนบุรี

"ตอนนี้กรมกำลังเร่งให้กฎกระทรวงฉบับนี้ประกาศใช้โดยเร็วที่สุด เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนจากกระทรวงมหาดไทย"

กทม.เผยตึกเสี่ยง 2.3 หมื่นอาคาร

นายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า จะหารือกับกรมโยธาฯถึงแนวทางปฏิบัติว่า กทม.จะสามารถออกข้อบัญญัติเพื่อให้อาคารเก่าที่สร้างก่อนที่จะมีกฎกระทรวงฉบับที่ 49 และกฎกระทรวงเมื่อปี 2550 ที่ไม่ได้ออกแบบต้านทานแรงสั่นสะเทือนไว้ จะขอดัดแปลงอาคารโดยไม่ต้องทำตามกฎหมายใหม่หลายฉบับที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้หรือไม่

"กทม.กำลังดูว่าจะออกข้อบัญญัติไปก่อนได้มั๊ย เพราะตอนนี้เริ่มเกิดเหตุการณ์ความไม่มั่นใจในอาคารสูงอยู่พอสมควร และที่ห่วงมากคืออาคารพาณิชย์ที่สร้างมานาน โอกาสเสี่ยง จะสูง"

นายจุมพลกล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯมีอาคารเก่าทุกประเภทประมาณ 2 ล้านกว่าหลัง แต่จะเน้นป้องกันเฉพาะอาคารสาธารณะและชุมนุมคนทั้ง 9 ประเภทเป็นกลุ่มหลัก เช่น อาคารสูงเกิน 23 เมตร อาคารขนาดใหญ่พิเศษ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป โรงมหรสพ โรงแรม อาคารชุมนุมชน สถานบริการ เป็นต้น มีอยู่ประมาณ 10,000-20,000 อาคาร ซึ่งในจำนวนนี้มีอาคารสูงสร้างปี 2550 ประมาณ 2,000-3,000 อาคาร อาคารเก่าที่เข้าข่ายเสริมความแข็งแกร่งประมาณ 10,000 กว่าอาคาร ซึ่งหากเจ้าของอาคารต้องการเพิ่มให้อาคารรับแรงสั่นสะเทือนไว้ ค่าลงทุนน่าจะอยู่ที่ 10% ของค่าก่อสร้างอาคาร

"เราคงจะวัดว่าจะรับแรงสั่นสะเทือนได้กี่ริกเตอร์คงไม่ได้ เพียงแค่เป็นการป้องกันให้คนอยู่ในอาคารออกมาจากอาคารได้อย่างปลอดภัยแค่นั้น" นายจุมพลกล่าว

AIT แนะคุมแผ่นดินไหว "ตึกเตี้ย"

ดร.เป็นหนึ่ง วาณิชย์ชัย หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโครงสร้าง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) กล่าวเพิ่มเติมว่า การรองรับกรณีแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯมีข้อเสนอแนะว่า รัฐบาลควรพิจารณาออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคารเพื่อขยายผลให้ครอบคลุมการก่อสร้างอาคารต่ำกว่า 15 เมตร จะต้องออกแบบและก่อสร้างให้มีโครงสร้างต่อต้านแผ่นดินไหวด้วย

นายประสงค์ ธาราไชย อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่ากรณี แผ่นดินไหว อาคารเก่าโดยเฉพาะตึกแถว 4-5 ชั้นเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดความเสียหายได้มากกว่าตึกสูง เนื่องจากอาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกแบบให้มีโครงสร้างต่อต้านแผ่นดินไหว และส่วนใหญ่ก่อสร้างก่อนปี 2550

"ผมไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกมากเกินไป แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ประมาท หากเป็นอาคารเก่า เจ้าของอาคารควรจะต้องสำรวจความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร หากพบว่ามีรอยร้าวก็ให้รีบซ่อมแซมทันที"

การันตีตึกใบหยก แข็งแรงสุด ๆ

สำหรับตึกสูงที่สุดในกรุงเทพฯคืออาคารใบหยกนั้น ศ.ดร.อรุณ ชัยเสรี ประธานกรรมการ บริษัท อรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส จำกัด ในฐานะผู้ออกแบบงานโครงสร้างอาคารใบหยก 1 และ 2 กล่าวว่า ทางบริษัทได้คำนวณโครงสร้างอาคารให้สามารถรับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวที่เกิด ณ สหภาพพม่า (รอยเลื่อนเชียงราย) ที่ระดับความแรง 6.3 ริกเตอร์ ในทางปฏิบัติได้มีการเผื่อเซฟตี้แฟ็กเตอร์สูงขึ้นไปอีกถึงระดับความแรงที่ 7.5 ริกเตอร์ ดังนั้นหากมี เหตุแผ่นดินไหวในอนาคตเกิดขึ้นอีก บริษัทกล้ารับประกันได้ว่าจะไม่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารใบหยกทั้ง 2 อาคารแน่นอน

"จนถึงปัจจุบัน ใบหยก 1 มีอายุก่อสร้างประมาณเกือบ 20 ปี ใบหยก 2 มีอายุประมาณ 10 กว่าปี ถึงแม้อาคารเพิ่งจะผ่านการรับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว แต่ไม่มีความจำเป็นต้องเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างเพิ่มเติม เพราะได้ตรวจสอบอาคารแล้วว่าไม่ได้มีรอยร้าวหรือความเสียหายแต่อย่างใด"

บิ๊กแบรนด์ย้ำสร้างเหนือมาตรฐาน

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การก่อสร้างคอนโดฯในเครือแสนสิริทุกโครงการ ได้รับการออกแบบโครงสร้างให้มีความแข็งแรง และการรับน้ำหนักได้มากกว่ามาตรฐานกฎหมายกำหนดถึง 2.5 เท่า โดยใช้วิธีการเสริมเหล็กตามจุดสำคัญ ได้แก่ เสาเข็ม พื้น คาน มากกว่าปกติ

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นล่าสุด ทางฝ่ายบริหารจัดการอาคารได้สำรวจคอนโดฯทุกโครงการ ไม่พบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น จากจำนวนคอนโดฯที่ก่อสร้างเสร็จทั้งหมดกว่า 30-40 อาคาร แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 20-30 อาคาร ที่เหลืออยู่ใน อ.หัวหิน

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทันทีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว บริษัทลูกคือบริษัทสมาร์ท เซอร์วิสฯ ได้ตรวจสอบอาคารและได้รับรายงานว่า คอนโดฯทั้งหมดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จไม่ได้รับความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นเป็นไปได้ว่าลูกค้าอาจเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเข้าพักอาศัยในตึกสูง แต่มั่นใจว่าจะไม่ถึงขั้นยกเลิกการจองซื้อห้องชุด ดังนั้นสิ่งที่บริษัทให้นโยบายออกไปคือ การชี้แจงทำความเข้าใจ ให้ข้อมูลถึงความปลอดภัยในการก่อสร้างและความมั่นคงแข็งแรงของอาคารที่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทพัฒนาตึกสูงครบ 180 อาคาร ที่ผ่านมายังไม่มีอาคารสูงในเครือมีปัญหาด้านโครงสร้าง

สำหรับนโยบายของ แอล.พี.เอ็น.ฯ ในเรื่องแผ่นดินไหว จะเป็นมาตรการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือลูกค้าเก่า หรือเจ้าของร่วมกว่า 4 หมื่นครอบครัว คิดเป็นจำนวนประมาณ 1 แสนราย และลูกค้าใหม่ โดยไม่มีความจำเป็นจะต้องจัดแคมเปญการตลาดเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อแต่อย่างใด เพราะมองว่าแผ่นดินไหวเป็นเรื่องอ่อนไหว สิ่งที่ดีที่สุดที่จะไม่ซ้ำเติมสถานการณ์คือการชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับผู้บริโภค

นายดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คอนโดฯแบรนด์ "SYM" ของบริษัท ริมถนนวิภาวดีรังสิต ไม่ได้รับผลกระทบจากกระแสแผ่นดินไหว เพราะช่วงเวลาก่อสร้างอยู่ภายใต้บังคับของกฎกระทรวงฉบับล่าสุด ที่บังคับให้โครงสร้างอาคารรองรับแรงแผ่นดินไหว 6-7 ริกเตอร์อยู่แล้ว ดังนั้นการลงทุนส่วนนี้จึงกลายเป็นจุดขายของโครงการไปโดยปริยาย

แนะทำประกันลดเสี่ยง

นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่จะคุ้มครองความเสียหายกรณีเหตุแผ่นดินไหว จะเป็นกรมธรรม์บางประเภท ได้แก่ ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) ประกันอัคคีภัยที่ได้ซื้อเพิ่มเติมครอบคลุมถึงภัยแผ่นดินไหว ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 รวมถึงประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งให้ความคุ้มครองเช่นกัน

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวคาดว่าไม่น่าส่งผลกระทบต่อบริษัทประกันภัยมากนัก เนื่องจากมีผู้ทำประกันภัยที่คุ้มครองภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวน้อยมาก

"ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว แต่คิดว่าไม่น่าจะกระทบมากนัก แต่จากนี้ไปเชื่อว่าบริษัทประกันภัยจะเริ่มกระตุ้นให้ประชาชน เข้ามาซื้อประกันภัยที่ครอบคลุมแผ่นดินไหวมากขึ้น"

นายจีรพันธ์กล่าวว่า เท่าที่คุยกับบริษัทรับประกันภัยต่อในเบื้องต้น ไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการเกิดแผ่นดินไหวในไทยมากนัก เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่ในแนวเปลือกโลก โอกาสเกิดจึงน้อย และก่อนหน้านี้มีการศึกษาแนวโน้มการเกิดมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะเป็นห่วงเรื่องของภัยน้ำท่วมมากกว่า

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดมากขึ้นในช่วงปีนี้ ทางบริษัทรับประกันภัยต่อคงต้องกังวลถึงความเสี่ยงมากขึ้น และอาจมีการปรับขึ้นค่าเบี้ยประกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวสูง



28.03.11





 

 

www.ahawebcreation.com www.teedinn.com กลับหน้าแรก EARSIAM.COM : บ้าน บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ รวมอสังหาริมทรัพย์ ทั่วประเทศไทย